| |
|
|
|
|
|
|
ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กรมที่ดิน
กรณีมีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น
คิดตามราคาที่จำนอง ร้อยละ 1 แต่ไม่เกิน 200,000
บาท |
|
| |
|
|
|
|
เป็นเงินค่าธรรมเนียมที่เสียให้รัฐ
ตามอัตราค่าธรรมเนียมท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน
กำหนดให้เรียก เก็บร้อยละ 2 ของราคาประเมินของทางราชการ
(ปัจจุบันกำหนด0.01% - ธันวาคม 2544)
เมื่อมีการซื้อ ขายอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินจากผู้ขายไปผู้ซื้อ
ทั้งนี้เป็นการตกลงกัน เองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่าใครจะเป็นคนจ่ายให้รัฐ
หรืออาจแบ่งกันจ่ายคนละครึ่ง รวมถึงการโอนที่ดิน
ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ในการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
และการโอนอาคาร หรืออาคารพร้อมที่ดิน
รวมทั้งที่ดินที่ไม่มีส่งปลูกสร้าง
โดยการเคหะแห่งชาติหรือหน่วยงานของทางราชการ
ซึ่งมีอำนาจทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมาย |
| |
|
|
|
|
|
| เอกสารการซื้อขายที่ดินจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อติดอากรแสตมป์แล้ว
ซึ่งตามประมวลรัษฎากร อัตรา ร้อยละ 0.50 บาทของทุนทรัพย์(ผู้ขายมีหน้าที่ต้องเสีย
แต่ในทางปฏิบัติคู่สัญญามักจะมีการ เจรจาต่อรองให้ฝ่ายผู้ซื้อมีส่วนรับผิดชอบ
หรือชำระแทน) |
|
| |
|
|
|
| ภาษีที่ต้องเสียให้รัฐ
สำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร
ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์ นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม
ในอัตราร้อยละ 0.11 (รวมภาษีท้องถิ่น) ของราคาที่ได้รับ
หรือราคาตาม หนังสือสัญญาขายที่ดิน แต่ไม่น้อยกว่าราคาที่พึงได้รับตามราคาประเมินของทางราชการ
โดยกำหนด ใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2544 |
|
| |
|
|
|
| ภาษีที่จะหัก
ณ ที่จ่ายในขณะที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน
โดยผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต้องชำระเหมือนกัน
แต่มีข้อแม้แตกต่างกันคือ วิธีการคำนวณ อัตราภาษีที่จะหักและขั้นตอนการปฏิบัติในภายหลังโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน |
| |
| สำหรับวิธีการคำนวณคือ
ให้นำราคาขาย (ถือตามราคาประเมิน) หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง
เหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายเอามาหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง
เป็นเงินได้เฉลี่ยต่อปี แล้วจึงนำมา คำนวณภาษ
ีโดยนำมาคูณกับอัตราภาษีร้อยละตามขั้นเงินได้สุทธิคูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง
จะได้ จำนวนเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย |
|
| |
|