ต่อเติมตกแต่งบ้านอย่างไรให้น่าอยู่

ในการปรับปรุง ตกแต่งบ้านใหม่จากเดิมที่มีอยู่ มีสิ่งที่ควรระวัง ตลอดจนมีข้อแนะนำสำหรับการเริ่มต้นดังนี้

 

1.

ควรจะหาแบบของบ้านเดิมให้ได้ แบบของบ้านนี้จะมีประโยชน์มากในการสั่งงานช่าง และวางแผนการทำงานต่อไป ถ้าหาไม่ได้ ควรทำขึ้นมาใหม่ โดยวัดจากสถานที่จริง จะดีที่สุด

2.

ตรวจสอบระบบต่าง ๆ เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ ฯลฯ ว่าการทำงานยังปกติหรือไม่ โดยเฉพาะไฟฟ้า ถ้าเก่ามากควรดำเนินการเดินใหม่ทั้งหมด อย่าประหยัดในส่วนนี้

3.

ตรวจสอบโครงสร้าง การทรุดตัว ต่าง ๆ ว่ามีรอยร้าว รอยหรือมีส่วนใดที่เสียหายหรือไม่ ถ้ามีก็ควรซ่อมแซมตรงนี้เสียก่อน

4.

ทำแบบที่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พร้อมกับวางแผนการทำงาน ว่างานใดควรเข้าก่อน งานใดทำทีหลัง รวมทั้งงวดการจ่ายเงินทอง การควบคุมการเข้าออกของคนงาน การจ้างช่าง ผู้รับเหมา การสั่งซื้อวัสดุ ลำดับการเข้างาน วิธีง่าย ๆ ก็คือ ให้เอางาน ที่ทำให้สกปรกที่สุดทำก่อน แล้วไล่มา จนถึงงานที่สะอาดที่สุด

5.

สุดท้ายก็คือ ควรจะจ้างสถาปนิก หรือ อินทีเรีย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ก็จะเป็นการดี

 
สำหรับท่านที่อยากจะทาสีประตูรั้วเหล็กใหม่ ซึ่งผ่านการทาสีมาแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางจุดจะเริ่มมีสนิมจับ การทาสีรั้วใหม่ให้สวยงามเหมือนเดิม มีวิธีการดังนี้
 
1.

เริ่มแรก จะต้องหาซื้อน้ำยาลอกสี ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายสี แล้วก็ใช้เกรียงเหล็กขูดสีออก ขัดสนิมออกด้วยกระดาษทราย (จะใช้มือหรือใช้เครื่องก็ได้) หรืออาจใช้แปรงลวดขัดก็ได้

2.

เมื่อลอกสีเดิมออกเรียบร้อยแล้ว ให้ทาสีรองพื้นเสียก่อน การทาสีรองพื้นสำหรับประตูรั้วที่เป็นผิวเหล็กธรรมดา ไม่ได้ผ่านการชุบ ให้ทาสีรองพื้นกันสนิม (redlead primer) 2 ครั้ง แล้วจึงทับหน้าด้วยสีน้ำมัน 2 ครั้ง แต่สำหรับผิวเหล็กชุบสังกะสี ต้องทาน้ำยาเอ็ชไพรเมอเพื่อกัดผิวก่อน 1 ครั้ง แล้วจึงทาสีรองพื้นกันสนิมซิ้งค์ โครเมท 2 ครั้ง จากนั้นจึงทาทับด้วยสีน้ำมัน 2 ครั้ง สีเหล่านี้มีทุกยี่ห้อ วิธีการใช้ และ ระยะเวลาการทาทับแต่ละครั้งให้ดูที่ข้างกระป๋องสีก่อนใช้

 
ลบรอยและกันลื่นพื้นแกรนิต
 

การลบคราบสกปรก เช่น น้ำมัน คราบจากก้นบุหรี่ บนพื้นหินแกรนิต ในกรณีที่ไม่ได้ปล่อยให้รอยนั้นทิ้งไว้นานเกินควร พอจะล้างออกได้ด้วยน้ำยากัดล้างหินแกรนิต ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายหิน เป็นน้ำยาจากประเทศอิตาลี ล้างหลาย ๆ เที่ยวจนจางออกหมด ก็จะได้ความเงาไม่เสียหาย แต่ถ้าคราบสกปรกซึมลึก ตัวน้ำยาจะไม่สามารถล้างออกได้

 
สำหรับผู้ที่เลือกใช้พื้นแกรนิตในห้องน้ำ และประสบปัญหาพื้นลื่น ขอแนะนำให้เคลือบพื้นด้วยน้ำยา Non-Slipper (มีอยู่ยี่ห้อเดียวในเมืองไทย) หาซื้อได้ตามร้านขายสุขภัณฑ์ หรือ Home-Pro, Home-Mart ซึ่งจะเป็นคริสตัล เล็ก ๆ ทำให้พื้นฝืดขึ้น แต่สีและลักษณะพื้นไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมาก โดยอาจจ้างช่างมาขัดและเคลือบ หรืออาจจะทาเองก็ได้
 
แก้ไขพื้นหินอ่อนเป็นฝ้าฟาง
 

หินอ่อน มีคุณสมบัติดูดซึมน้ำง่าย ดังนั้นสิ่งสกปรกจึงซึมเข้าเนื้อได้ง่าย วิธีบำรุงรักษา ต้องลงขี้ผึ้ง ขัดเงาบ่อย ๆ จะทำให้ผิวดูดซึมน้ำน้อยลงแต่ถ้าหากเป็นรอยเปื้อน หรือว่าเป็นฝ้าฟางแล้ว การเช็ดถูคงใช้ไม่ได้ผล ส่วนการล้างด้วยน้ำยากัดล้างหิน อาจจะทำให้ความเงาจะเสียไปบ้าง หรืออาจมากถ้ามีเปอร์เซ็นต์แร่คาร์โบเนทสูง วิธีที่นิยมคือการขัดลอกหน้าออก ซึ่งจะลอกหน้าทิ้งประมาณ 1-2 ม.ม. แล้วขัดไล่เบอร์ละเอียดจนเงาเหมือนใหม่ได้ ข้อควรระวังคือ เมื่อขัดเสร็จแล้ว ต้องไม่ให้ฝุ่นเกาะมาก และไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรงมากเกินไป เพราะจะทำให้พื้นเป็นฝ้าฟางได้อีก

 
แก้ไขพื้นปาร์เก้หลุดล่อน
 

ก่อนอื่น ต้องดูว่าสาเหตุใดที่ทำให้พื้นปาร์เก้หลุดล่อนออกมา

 
1.

สาเหตุเพราะกาวเสื่อม หรือ ติดตั้งไม่ดี เกิดหลุดล่อนออกมาเฉย ๆ โดยไม่มีรอยน้ำใด ๆ สามารถใช้กาวติดกลับเข้าไปใหม่ได้ โดยกาวชนิดต่าง ๆ อาทิเช่น กาวยาง contact cement กาวลาเท็กซ์ กาวอีพอกซี่ ฯลฯ โดยกาวแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น กาวลาเท็กซ์ แห้งช้าและไม่แข็งแรง ส่วน กาวอีพอกซี่ แห้งเร็วดีและแข็งแรง แต่ต้องทำตามกรรมวิธี เป็นต้น

2.

หากมีรอยน้ำซึมเข้ามา ต้องหาก่อนว่าน้ำซึมมาจากทางไหน แก้ไขที่ต้นเหตุคือเรื่องน้ำซึมเข้ามาให้หายเสียก่อน แล้วจึงจะติดกาวกลับเข้าไปใหม่ได้

3.

สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากปูนทรายปรับระดับพื้นไม่ได้ระดับ หรือเสื่อมสภาพ ยุ่ยเป็นฝุ่น ถ้าเป็นเช่นนั้นการทากาวใหม่บางทีก็ไม่ติด หลุดออกมาง่าย โดยเฉพาะถ้าเป็นปาเก้โมเสคชิ้นเล็ก ๆ หรือพวกที่ไม่เข้าลิ้น

 

ในการซ่อมแซม ให้ลองเคาะดูส่วนข้าง ๆ ที่ยังไม่หลุดด้วย ถ้าเสียงคล้าย ๆ จะล่อน ให้เลาะออกมาเพื่อทำการซ่อมไปทีเดียวเลย ถ้าหลุดเพียง 1 - 2 ชิ้น จะซ่อมเองก็คงได้ ไม่ยากนัก โดยทำความสะอาดพื้นเดิมก่อน แล้วทากาวลงไปใหม่ หาอะไรมาทับ แล้วขัด ทาวานิช หรือยูริเทนใหม่ ก็ใช้การได้ แต่ถ้าหลุดล่อนเป็นแนว เป็นแผง หรือทั้งห้อง ขอแนะนำให้เรียกช่างปาร์เก้มาปูใหม่และใช้เครื่องขัดจะดีกว่าแน่นอน

 
ทำอย่างไรบ้านคุณจะห่างไกลจากปลวก

ปลวกเป็นปัญหาสำคัญของบ้านในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องปลวกถือว่ามีความร้ายแรงกว่าแมลงชนิดอื่น ๆ ซึ่งอาจเพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญ แต่สำหรับปลวกนั้นสามารถทำลายบ้านเป็นหลัง ๆ ได้ในเวลาเพียงไม่นาน ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการป้องกันก่อนที่จะปลูกบ้าน และต้องกระทำอย่างถูกวิธีด้วยแต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับตัวต้นเหตุกันก่อน เพื่อจะได้เลือกใช้วิธีกำจัดที่เหมาะสม

 

จากการศึกษาพบว่ามีปลวกอยู่ในธรรมชาติ 1,900 ชนิด โดยสามารถจัดเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภทคือ

 
1.

ปลวกใต้ดินหรือปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน ทำรังอยู่ใต้ดินแล้วขึ้นมาหากินบนพื้นดิน ชอบกินไม้แห้ง รังปลวก 1 รังอาจมีจำนวนปลวกได้ถึง 2 แสน 5 หมื่นตัว หรืออาจมีมากถึง 1 ล้านตัว มีรัศมีการทำลายได้มากถึง 50 ตารางเมตร ปลวกชนิดนี้พบบ่อยในบ้านเราและเป็นอันตรายกับบ้านเรือนเป็นอย่างมาก

2.

ปลวกที่อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ สามารถแบ่งได้เป็นปลวกไม้ชื้นและปลวกไม้แห้ง โดยปลวกไม้แห้งนั้นเป็นปลวกที่อาศัยอยู่ในเนื้อไม้ อาศัยดูดความชื้นจากไม้ ลักษณะคล้ายมอดจะไม่ค่อยเห็นตัว แต่จะทิ้งขี้ไม้เม็ดทรายเหมือนกับเม็ดพริกไทยป่นร่วงให้เห็นในบ้านเราพบปลวกชนิดนี้น้อย ส่วนปลวกไม้ชื้นเป็นปลวกที่เป็นเปลือกไม้หรือไม้สด ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามท้องไร่ท้องนา ไม่พบว่ามีปัญหากับบ้านยกเว้นบ้านที่มีความชื้นมาก ๆ เช่น บ้านไม้ที่ปลูกอยู่ในน้ำ

 

ปลวกที่สร้างปัญหาให้กับบ้านเรือนในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปลวกใต้ดิน ซึ่งมักจะขึ้นมาทำลายบ้านผ่านทางโครงสร้างอาคาร เช่น แนวรอยต่อของคานกับพื้น ในกรณีเทคอนกรีตบนพื้นอัดแน่นและแนวทางที่ก่อกำแพง ซึ่งมักมีรอยแยกรอยร้าวเนื่องจากพื้นและคานประสานกันไม่สนิท

 

บริการป้องกันและกำจัดปลวกใต้ดินที่ทำกันอยู่ทั่วไปนั้น มักใช้วิธีการใส่น้ำยาลงไปในดิน โดยกระบวนการนี้ปกติควรทำก่อนการก่อสร้างโดยจะเก็บเศษไม้สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ออกแล้วฉีดน้ำยาให้ซึมลงในดินและคลุมพื้นที่ทุกจุดของพื้นที่ก่อสร้าง ฐานราก คาน คอดิน และบริเวณที่มีความชื้นสูง ทั้งส่วนที่อยู่ภายในและภายนอก

 

ในกรณีที่ไม่ได้ทำการป้องกันปลวกก่อนการก่อสร้างสามารถทำหลังการก่อสร้างได้ แต่จะค่อนข้างยุ่ง
ยากเพราะต้องเจาะพื้นแล้วอัดน้ำยาลงไปในดิน รูที่เจาะมีความลึกโดยประมาณ 30-45 ซม. ห่างกันรูละ 1 เมตร โดยประมาณตามแนวคานโครงสร้างพื้นผนังกลางหลัง แล้วจึงสอดสายน้ำยาแล้วใช้ปั๊มดันให้นำยาแทรกซึมลงในเนื้อดิน มีเกณฑ์มาตรฐานที่ 1 ตร.ม./น้ำยา 5 ลิตร

 

ส่วนความเข้มข้นของน้ำยาโดยประมาณ 0.5% น้ำยาดังกล่าวประกอบด้วย เลนทร็ค 400 อีซี สเตดฟาส 8 เอสซี ลิคเทนทีซีและเดมอนทีซี ซึ่งได้รับการจดทะเบียนแล้วกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา น้ำยา เมื่อใส่ลงดินแล้วจะเกาะกันเป็นอณูกับเนื้อดิน ไม่ละลายน้ำ จึงไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง นอกจากระบบการอัดน้ำยาลงดินแล้ว ในปัจจุบันยังมีวิธีการทำน้ำยาเป็นลักษณะโฟมหรือมูสอัดลงไปเพื่อกำจัดปลวกและปิดช่องว่างต่าง ๆ ที่ปลวกสามารถแทรกตัวขึ้นมา ทั้งนี้ยังมีการเดินสายท่อน้ำในเนื้อไม้อีกด้วย

 

ปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยการกำจัดปลวกโดยใช้วิธีที่ปราศจากสารเคมี โดยได้ทดลองใส่แกรนิตและบะซอลต์บดละเอียดลงบนดินก่อนการก่อสร้างบ้าน รวมทั้งมีการทดลองใช้ราเขียว (GREEN FUNGI) ในการกำจัดปลวกอีกด้วย สำหรับผู้ที่กำลังปลูกสร้างบ้านใหม่ควรพิจารณาวิธีการกำจัดปลวกเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะการป้องกันย่อมง่ายกว่าการแก้ปัญหาหรืออาจะจะใช้วิธีง่าย ๆ ในการตรวจสอบและป้องกันเพื่อให้แน่ใจว่าบ้านของคุณจะไม่มีปลวก

 
1.

หมั่นตรวจสอบบ้านเรือนโดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้นสูงและมืดทึบอย่างสม่ำเสมอ

2.

ควรเก็บเศษวัสดุก่อสร้าง เช่น เศษไม้ เศษสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ไปทิ้งและทำลายให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกมาทำรัง

3.

หากตรวจพบกองดินหรือทางเดินของปลวกให้ค้นหาถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา และทำลายทิ้งด้วยน้ำยาหรือสเปรย์ฆ่าปลวก ทิ้งไว้ 2-3 วัน ให้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง

4.
ผสมน้ำยากันปลวกในซีเมนต์ก่อนเทพื้นบ้าน
5.
ควรเลือกไม้ที่จะมาก่อสร้างบ้านที่มีความทนทานต่อการทำลายของปลวก เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ แต่ถ้าใช้ไม้อ่อน เช่น ไม้ยาง ไม้สน ควรทำการอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน
6.
ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะปลวกจะอาศัยรากไม้เข้ามาในบ้านได้
7.
พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาภายในบ้าน เพราะแมลงเม่าคือปลวกเจริญพันธุ์ เมื่อเข้ามาจะทำรังและวางไข่กลายเป็นปลวกได้
8.
ทำลายพาหนะต่าง ๆที่สามารถนำปลวกเข้ามาได้ เช่น หนังสือเก่า เครื่องเรือนที่เป็นไม้ที่ไม่ได้อาบน้ำยาป้องกันปลวก เป็นต้น
9.
จัดสร้างสิ่งกีดขวางการเข้ามาของปลวกด้วยการทำแผ่นโลหะกันปลวก
 
ข้อมูลจากบริษัท แลนดี้โฮม (ประเทศไทย) จำกัด
 
 
<- Back
 
Home
l
l
l
Site map
ERA Frachise (Thailand) Co.,Ltd.,Inc. All rights reserved.
Email : marcom@erathai.com   Tel : 0-2791-1755   Fax : 0-2791-1759