คู่สัญญาไม่ถูกต้อง....สูญเงินเปล่า

เมื่อไม่มีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฏหมาย ของบริษัทจัดสรรเจ้าของกรรมสิทธิ์ มาแสดงแนบท้ายไว้ท้ายสัญญา เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ปฏิเสธสัญญาที่ทำขึ้นนั้น จึงไม่มีผลผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์

 
การลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรของทางฝ่ายผู้จะขายนั้น ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่พนักงานของบริษัทจัดสรรที่ทำงานอยู่ในสำนักงานขาย จะเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้จะขาย
 

แต่การลงนามในสัญญาของพนักงานบริษัทนั้น มักจะไม่ปรากฏว่าพนักงานที่ลงนามแทนผู้จะขาย เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรที่ขาย กล่าวคือไม่มีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฏหมาย ของบริษัทจัดสรรเจ้าของกรรมสิทธิ์มาแสดงแนบท้ายไว้ท้ายสัญญา เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ปฏิเสธสัญญาที่ทำขึ้นนั้นจึงไม่มีผลผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์

 

เมื่อผู้จะขายไม่มีอำนาจที่จะขายทรัพย์พิพาท แม้ผู้จะซื้อจะรับซื้อไว้โดยสุจริต ก็ไม่ทำให้ผู้จะซื้อได้กรรมสิทธิ์ (คำพิพากษาฏีกาที่ 966/2510)

 

ดังนั้นสัญญาที่ลงนามเป็นผู้จะขายโดยไม่ได้มอบอำนาจเป็นหนังสือจากเจ้าของกรรรมสิทธิ์สัญญา จึงไม่มีผลผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ถ้าต่อมาภายหลังเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรที่ขายกลับ เป็นผู้รับเงินค่างวดซื้อที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรจากผู้จะซื้อ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ออกหลัฐานการรับเงินดังกล่าวในนามของเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้จะขาย

 

กรณีดังกล่าว ถือว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้กระทำการเชิดพนักงานบริษัทออกแสดงเป็นตัวแทนของตนแล้ว หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์รู้แล้วยอมให้พนักงานนั้นเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตน ดังนั้นสัญญาที่ทำขึ้นย่อมผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์ด้วย และเจ้าของกรรมสิทธิ์จะต้องรับผิดต่อผู้จะซื้อที่สุจริต เสมือนว่าพนักงานบริษัทที่ลงนามในสัญญานั้นเป็นตัวแทนของตน ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ประกอบกับมาตรา453

 

ทั้งนี้ ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453 บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาซื้อขายนี้นคือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัยพ์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย"

 

และประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 821 บัญญัติว่า "บุคคลใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนนั้นเป็นตัวแทนของตน

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อผู้บริโภคประสงค์ทำสัญญาใดก็ตามให้มีผลผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่จะขาย หรือบุคคลที่เป็นคู่สัญญาที่ผู้บริโภคประสงค์จะทำสัญญาผูกพันด้วย มีหลักเกณฑ์ที่พึงถือปฏิบัติดังนี้ คือ การลงนามผู้จะขายในสัญญาหรือลงนามในฐานะคู่สัญญาฝ่ายที่ผู้บริโภคทำสัญญาด้วย ต้องกระทำโดยบุคคลผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน ซึ่งจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขาย

 

หรือคู่สัญญาฝ่ายที่ผู้บริโภคประสงค์จะทำสัญญาด้วยกรณีหนึ่ง หรือลงนามโดยบุคคลผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้น หรือจากคู่สัญญาที่ผู้บริโภคประสงค์จะทำสัญญาด้วยอีกกรณีหนึ่ง โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฏหมายแนบไว้ท้ายสัญญาที่ทำกันด้วย

 

สำหรับกรณีการลงนามของคู่สัญญาซึ่งเป็นนิติบุคคคล ต้องกระทำโดยถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งแนบไว้ท้ายสัญญา

 
ที่มา : นิตยสาร Home Buyers's Guide
 
<- Back
 
 
Home
l
l
l
Site map
ERA Frachise (Thailand) Co.,Ltd.,Inc. All rights reserved.
Email : marcom@erathai.com   Tel : 0-2791-1755   Fax : 0-2791-1759