ERA ชูปีที่ 15 เดินเกมรุก4 โปรแกรม กระตุ้นอสังหาฯซบ
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 11 พฤษภาคม 2550 16:10 น.
        อสังหาริมทรัพย์เป็นภาคธุรกิจที่รัฐบาลชูเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนธุรกิจ ขณะที่มาตรการในการสนับสนุนเริ่มทยอยออกมา เช่น อัตราดอกเบี้ย
       
        แต่จากภาวะเศรษฐกิจ ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นการที่จะควักเงินออกจากกระเป๋า แม้จะมีแรงกระตุ้นแต่ก็ไปเป็นด้วยความลำบาก
       
        กับสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ในภาคส่วนธุรกิจที่มีความต่อเนื่องย่อมได้รับผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน และหนึ่งในนั้น แฟรนไชส์ อีอาร์เอ (ERA) ธุรกิจตัวแทนรับซื้อ ขายบ้าน ที่ดิน ที่ได้ขยายเครือข่ายผ่านมาสเตอร์แฟรนไชส์ในไทยมาครบปีที่ 15
       
        " ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมของธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คนที่ยังไม่ตัดสินใจซื้อหลักทรัพย์ได้ชะลอเพื่อดูมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
       
        ส่วนกลุ่มคนที่ตัดสินใจซื้อแล้ววางเงินดาวน์แล้ว ขอชะลอการโอนเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางว่าคุ้มรอหรือไม่ที่จะรอ ทั้งนี้เพียงชะลอ 1-2 เดือน ก็กระทบธุรกิจเพราะเงินต้องหมุนเวียนในธุรกิจ" วรเดช ศิวเตชานนท์ ซีอีโอ บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับ
       
        อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าความต้องการผู้บริโภคต่ออสังหาริมทรัพย์นั้นสูงมาก หรือตลาดยังมีอยู่ แต่ถ้ามองเป็น 2 ส่วน ของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง
       
        พบว่า การปล่อยกู้การซื้อบ้านนั้นสถาบันการเงินต่างๆ พิจารณาด้วยเงื่อนไขที่เข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มั่นใจสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคตกลายเป็นดีเลย์ดีมานด์ผูกไปถึงดัชนีผู้บริโภคตกต่ำ
       
        กับเค้กก้อนโตในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นสิ่งหนึ่งที่ อีอาร์เอ เล็งเห็นโดยใช้ปีที่ 15 ของการดำเนินธุรกิจในไทย ขับเคลื่อนธุรกิจในเชิงรุกภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้
       
        โดยแผนงานดังกล่าวจะเริ่มในช่วง ไตรมาส 2 ของปี 2550 ทั้ง 4 ไตรมาสจะมีกิจกรรมต่างๆ มุ่งหวังผลตอบรับคือการขยายฐานเอเย่นต์และการสร้างรายได้ยอดขายจากเอเย่นต์
       
        ซึ่งจะเริ่มในพฤษภาคมนี้ โปรแกรม 1.ERA Business Day อีอาร์เอ โครงการดังกล่าวจะมุ่งที่กลุ่มลูกค้า คือ 1.ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้กับการทำธุรกิจโดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจพอเพียง ควรทำอย่างไร รวมถึงผู้ซื้อ ผู้ขายที่นำบ้าน ที่ดิน ไปขายในวันนั้นคือ 19 พฤษภาคม ที่เป็นวันจัดงานจะได้รับส่วนต่างพิเศษ เช่น ย่านเอกมัย รามอินทรา ลาดพร้าว จะเห็นว่าเป็นแหล่งทำเลที่เป็นที่ต้องการในตลาดผู้ลงทุน
       
        โปรแกรมที่ 2 ERA marketing to success ที่มองเป็นลูกค้าหรือคู่ค้า คือผู้ที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว ปัจจุบันพบว่าผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้ทำงานไปได้ 5-6 เดือน ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่การลงทุนทำบริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูง อีอาร์เอมองถึงกลุ่มคนดังกล่าว
       
        ด้วยโปรแกรม "มิลเลี่ยนดอลล่าห์คลับ" (million dollar club) เพื่อกระตุ้นการขายผ่านกลุ่มคนเหล่านี้ ด้วยการจ่ายค่าคอมมิชชั่นต่อรายการสูงถึง 80% ตามลำดับการสร้างยอดขายดังนี้ ปีแรกสามารถทำยอดขายเกิน 1 ล้านบาทต่อปีจะได้รับค่าคอมมิชชั่น 60% ทำยอดขายเกิน 2.5 ล้านบาทได้รับค่าคอมฯ 70% และถ้าสามารถทำได้ถึง 5 ล้านบาทรับค่าคอมมิชชั่นสูงสุดถึง 80%
       
        จะเห็นว่าค่าคอมมิชชั่นสามารถดึงดูดผู้ที่งานนายหน้าค้าบ้าน ที่ดิน ได้เป็นอย่างดีกว่าการไปตั้งบริษัท เป็นการขยายฐานเอเย่นต์ของบริษัทหรือสาขาของเครือข่าย รวมถึงเอเย่นต์รายเดิมปรับสู่ระบบผลตอบแทนใหม่ทันที ทั้งนี้ต้องมีค่าแฟรนไชฟี 50,000 บาท จ่ายครั้งแรก 5,000 บาทที่เหลือผ่อนจ่ายเดือนละ 1,000 บาทอายุสมาชิกรายปี และมีการฝึกอบรม รวมถึงการโฆษณาและใช้เครื่องใช้สำนักงานที่บริษัทแม่
       
        โปรแกรมที่ 3 ERA Deposit Guarantee โปรแกรมที่ทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้าอีอาร์เอคือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และเอเย่นต์ เป็นการการันตีเงินจอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดแก่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ เพราะเศรษฐกิจไม่มีกรณีของการหลอกขาย หลอกรับเงินดาวน์ลูกค้า ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นการคุ้มครองเงินจอง
       
        ส่วนโปรแกรมสุดท้าย ERA I – office ระบบเทคโนโลยีออนไลน์ที่ผู้ซื้อ ผู้ขาย เอเย่นต์สามารถเข้ามาใช้บริการ เช็ค ข้อมูลต่างๆ ของบริษัท การซื้อขาย ที่เกิดขึ้น
       
        ซึ่งในแต่ละไตรมาส จะคงโปรแกรมต่างๆ ไว้ ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาว แต่จะมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อกระตุ้นธุรกิจตามที่ภาวการณ์ช่วงนั้นเกิดขึ้น
       
        " แต่ละโปรแกรมที่ออกมาได้ศึกษารายละเอียด รวมถึงกลุ่มผู้บริโภค แต่มีบทเรียนจากคบรอบ 10 ปี ได้ประกาศแผนนโยบายออกมาทั้งหมด แล้วเกิดความสับสน เพราะไม่ได้เป็นออฟฟิศเดียวมีแฟรนไชซี 40 กว่าแห่ง บางโปรแกรมต้องเทส อย่าง ERA Deposit Guarantee ได้ทำในเขตกรุงเทพฯ ก่อนไปจนถึงสิ้นปีก่อนที่จะขยายออกไปต่างจังหวัด"
       
        จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 โปรแกรมของอีอาร์เอจะมุ่งขยายเครือขายไปที่รายบุคคลหรือ Individual Franchise หรือ IF ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,000 ราย และจะคง Corporate Franchise / CF (นิติบุคคล) ซึ่งปัจจุบัน มี 45 สาขาทั่วประเทศ ถ้ามีการขยายจะดูความพร้อมของผู้ลงทุน ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้เชื่อว่ารายบุคคลจะสามารถขยายฐานได้กว้างกว่าและเร็วกว่า เพราะไม่มีการลงทุนอาคารสำนักงาน
       
        "กับสภาพเศรษฐกิจที่เกิดนี้ความสนใจต่อเม็ดเงินการลงทุนที่สูงลดน้อยลง และต้องมั่นใจกับธุรกิจนั้นจริงๆ ถ้าทำ IF ได้มากเท่าไหร่ คนที่ซื้อ CF ก็จะสบายใจ เพราะ 100 IF ก็คือ 1 CF ที่แข็งแรง"
       
        วรเดช ให้ข้อมูลถึง ธุรกิจตัวแทนจำหน่วยบ้าน ที่ดิน ว่า แนวโน้มธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทเล็กจะหายไป เพราะสู้เรื่องต้นทุนไม่ได้ และจะเข้าสู่ระบบที่สร้างขึ้นมา หรือแฟรนไชส์และเข้ารวมบริษัทใหม่ บริษัทที่ไม่อยู่จะใหญ่จะบริษัทเล็กเข้ามารวม และเทรนด์มุ่งเข้าสู่ระบบไอทีผู้รอดต้องมีทีมไอทีของตนเอง บวกกับระบบฝึกอบรมที่เป็นที่ยอมรับ